ข้อมูล ITA
ทำเนียบบุคลากร
ข้อมูลพื้นฐาน อบต.
การประชาสัมพันธ์
การปฏิสัมพันธ์ข้อมูล
การบริหารงานและการดำเนินงาน
การปฏิบัติงาน
E-SERVICE
การบริหารเงินงบประมาณ แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
งานจัดซื้อจัดจ้าง จัดหาพัสดุ
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริตและประพฤติมิชอบ
การเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริต เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
การประเมินความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริต
การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
แผนป้องกันการทุจริต
มาตรการภายในเพื่อป้องกันการทุจริตมาตรการส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตภายใน


  หน้าแรก     อำนาจหน้าที่ 

อำนาจหน้าที่
อำนาจหน้าที่  

พระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล พ.ศ.๒๕๓๗

แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 6 พ.ศ.2552

*********************

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นปีที่ ๔๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

       พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารของตําบล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ รัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหารส่วน ตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดเก้าสิบวันนับแต่วันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๖ ลงวันที่ ๑๓ธันวาคม พ.ศ.2๕๑๕ บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่ง ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า เทศบาล สุขาภิบาลและราชการ ส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น แต่ไม่รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด “นายอําเภอ” หมายความรวมถึงปลัดอําเภอผู้เป็นหัวหน้าประจํากิ่งอําเภอด้วย “ตําบล” หมายความว่า ตําบลตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ที่อยู่ นอกเขต หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และในกรณีที่ตําบลใดมีพื้นที่อยู่ทั้งในและนอกเขตหน่วยการ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น ให้หมายความถึงเฉพาะพื้นที่ที่อยู่นอกเขตหน่วยการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น “คณะผู้บริหาร” (ยกเลิก) มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มี อํานาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศที่มีผลเป็นการทั่วไปเมื่อได้ประกาศในราช กิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ มาตรา 4 บทนิยาม”คณะผู้บริหาร” ยกเลิกโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 2 หมวด ๑ สภาตําบล ------------ มาตรา 6 ในตําบลหนึ่งให้มีสภาตําบลหนึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สภา ตําบลมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนที่ ๑ สมาชิกสภาตําบล -------------- มาตรา ๗ สภาตําบลประกอบด้วยสมาชิกโดยตําแหน่งได้แก่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านของทุก หมู่บ้านในตําบล และแพทย์ประจําตําบล และสมาชิกซึ่งได้รับเลือกตั้งจากราษฎรในแต่ละหมู่บ้านใน ตําบลนั้นเป็นสมาชิกสภาตําบลหมู่บ้านละหนึ่งคน มาตรา ๘ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา ๙ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านของตําบลที่ สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีจนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง (๒) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาตําบลสมาชิกสภา ท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของ ผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับ สภาตําบลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง (๓) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามประการอื่นเช่นเดียวกับผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา ๑๐ ให้นายอําเภอจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มาตรา ๑๑ สมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งมีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ในกรณีที่สมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งดํารงตําแหน่งครบวาระแล้วแต่ยังมิได้มีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งขึ้นใหม่ ให้สมาชิกสภาตําบลโดยตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป มาตรา 8, มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับ ที่ 5) พ.ศ.2546 3 มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ สมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งพ้น จาตําแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ตาย (๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอําเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตําแหน่งนับ แต่วันลาออก (๓) มีการยุบสภาตําบล (๔) เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญากับสภาตําบลที่ตนดํารงตําแหน่ง หรือในกิจการที่กระทําให้แก่สภาตําบลนั้น (๕) สภาตําบลมีมติให้พ้นจากตําแหน่งโดยเห็นว่ามีความประพฤติในทางที่จะนํามาซึ่งความ เสื่อมเสียประโยชน์ของตําบล มติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิก สภาตําบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (๖) นายอําเภอสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง เมื่อได้สอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา ๙ หรือมิได้อยู่ประจําในหมู่บ้านที่ได้รับเลือกตั้งเป็น เวลาติดต่อกันเกินหกเดือน หรือขาดการประชุมสภาตําบลติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๗) ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้พ้นจากตําแหน่ง เมื่อได้สอบสวนแล้วปรากฏว่าบกพร่องในทาง ความประพฤติ วรรคสอง(ยกเลิก) มาตรา ๑๓ เมื่อตําแหน่งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งว่างลงเพราะครบวาระการดํารง ตําแหน่ง ให้มีการเลือกตั้งภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ครบวาระ มาตรา ๑๔ เมื่อตําแหน่งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งว่างลงเพราะเหตุอื่นใดนอกจาก ครบวาระ ให้มีการเลือกตั้งแทนตําแหน่งที่ว่างภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตําแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่วาระ การดํา รงตําแหน่งที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้สภาตําบลประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ สมาชิกสภาตําบลผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งแทนนั้นให้อยู่ในตําแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของ ผู้ซึ่งตนแทน มาตรา ๑๕ เมื่อมีการยุบและรวมเขตหมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ ให้สมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งของหมู่บ้านเดิมที่ถูกยุบหรือถูกรวมยังคงเป็นสมาชิกสภาตําบลซึ่ง ได้รับเลือกตั้งอยู่ต่อไปจนกว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดลงตามมาตรา ๑๒ มาตรา 12(4) แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 และวรรคสอง ยกเลิกโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ฉบับที่ 3 พ.ศ.2542 มาตรา 13 มาตรา 14 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 4 เมื่อมีการแยกพื้นที่บางส่วนของหมู่บ้านใดขึ้นเป็นหมู่บ้านใหม่ ให้สมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับ เลือกตั้งของหมู่บ้านเดิมยังคงเป็นสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งอยู่ต่อไป โดยให้สมาชิกสภาตําบลที่มี ภูมิลําเนาอยู่ในหมู่บ้านใด ให้เป็นสมาชิกสภาตําบลของหมู่บ้านนั้นจนกว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุดลงตาม มาตรา ๑๒ และให้นายอําเภอจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งให้ครบตามจํานวนที่ กฎหมายกําหนดทั้งหมู่บ้านเดิมและหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อเป็นสมาชิกสภาตําบลที่หมู่บ้านนั้นตั้งอยู่ ในเขตภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ประกาศตั้งหมู่บ้านใหม่ เว้นแต่วาระการดํารงตําแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึง หนึ่งร้อยแปดสิบวัน วรรคสาม(ยกเลิก) มาตรา ๑๖ สภาตําบลมีกํานันเป็นประธานสภาตําบล และมีรองประธานสภาตําบลคนหนึ่ง ซึ่งนายอําเภอแต่งตั้งจากสมาชิกสภาตําบลตามมติของสภาตําบล รองประธานสภาตําบลมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ รองประธานสภาตําบลพ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระการดํารงตําแหน่งตามวรรคสอง เมื่อ (๑) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอําเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตําแหน่งนับ แต่วันลาออก (๒) พ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาตําบลตามมาตรา ๑๒ มาตรา ๑๗ ประธานสภาตําบลเป็นผู้เรียกประชุมสภาตําบล และมีหน้าที่ดําเนินการประชุม ให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด รองประธานสภาตําบลมีหน้าที่กระทํากิจการแทนประธานสภาตําบลเมื่อประธานสภาตําบล ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่ประธานสภาตําบลมอบหมาย เมื่อประธานสภาตําบลและรองประธานสภาตําบลไม่อยู่ในที่ประชุมให้สมาชิกสภาตําบล ที่มาประชุมเลือกกันเองเป็นประธานในการประชุมคราวนั้น มาตรา ๑๘ ให้มีการประชุมสภาตําบลไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง การประชุมต้องมีสมาชิก สภาตําบลมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกสภาตําบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ ประชุม การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่ที่มีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นใน พระราชบัญญัตินี้ สมาชิกสภาตําบลคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา ๑๙ สภาตําบลมีเลขานุการสภาตําบลคนหนึ่งซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการที่ปฏิบัติงาน ในตําบลนั้นหรือจากบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ มาตรา 15 วรรคสาม ยกเลิกโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2546 5 ให้นายอําเภอเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนเลขานุการสภาตําบลตามมติของสภาตําบล มาตรา ๒๐ เลขานุการสภาตําบลมีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและการจัดการประชุมและ งานอื่นใดตามที่สภาตําบลมอบหมาย มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สมาชิกสภาตําบลและเลขานุการ สภาตําบลเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ส่วนที่ ๒ อํานาจหน้าที่ของสภาตําบล ----------------------- มาตรา ๒๒ สภาตําบลมีอํานาจหน้าที่ในการพัฒนาตําบลตามแผนงานโครงการและ งบประมาณของสภาตําบล เสนอแนะส่วนราชการในการบริหารราชการและพัฒนาตําบลปฏิบัติหน้าที่ ของคณะกรรมการตําบลตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และหน้าที่อื่นตามที่กฎหมาย กําหนด มาตรา ๒๓ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย สภาตําบลอาจดําเนินกิจการภายในตําบล ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีน้ําเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (๒) จัดให้มีและบํารุงรักษาทางน้ําและทางบก (๓) จัดให้มีและรักษาทางระบายน้ํา และรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ํา ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกําจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (๔) คุ้มครองดูแลและบํารุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (๕) บํารุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (๖) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ มาตรา ๒๔ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และแพทย์ประจําตําบลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญากับสภาตําบลที่ตนดํารงตําแหน่งหรือใน กิจการที่กระทําให้แก่สภาตําบลนั้น ในกรณีที่กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจําตําบลกระทําการฝ่าฝืนตามที่บัญญัติในวรรค หนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้บุคคลดังกล่าวออกจากตําแหน่งกํานันผู้ใหญ่บ้านหรือแพทย์ประจํา ตําบล แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากตําแหน่งเพราะบกพร่องในทางความประพฤติหรือ ความสามารถไม่เหมาะสมกับตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ มาตรา ๒๕ ในการปฏิบัติหน้าที่ของกํานันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะ ปกครองท้องที่ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการใดที่กําหนดไว้แล้วในแผนพัฒนาตําบล ให้กํานันและผู้ใหญ่บ้าน ดําเนินการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาตําบล มาตรา ๒๔ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ฉบับที่ 3 พ.ศ.2542 6 มาตรา ๒๖ ในการจัดทําโครงการหรือแผนงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานใด ในพื้นที่ ตําบลใด ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นคํานึงถึงแผนพัฒนาตําบลนั้นด้วย มาตรา ๒๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตําบล ให้ประธานสภาตําบลเป็นผู้รับผิดชอบดําเนิน กิจการตามมติของสภาตําบล แต่สภาตําบลอาจมอบหมายให้สมาชิกสภาตําบลผู้อื่นดําเนินกิจการแทน เฉพาะกรณีได้ ในการทํานิติกรรมของสภาตําบล ให้ประธานสภาตําบล เลขานุการสภาตําบลและสมาชิก สภาตําบลอีกหนึ่งคนร่วมกันมีอํานาจกระทําการแทนสภาตําบล ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบของ กระทรวงมหาดไทย มาตรา ๒๘ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด สภาตําบลอาจทํากิจการนอก เขตสภาตําบล หรือร่วมกับสภาตําบล องค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือหน่วย การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นเพื่อทํากิจการร่วมกันได้เมื่อได้รับความยินยอมจากสภาตําบล องค์การ บริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องและ กิจการนั้นเป็นกิจการที่จําเป็นต้องทําและเป็นการเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของตน ส่วนที่ ๓ รายได้และรายจ่ายของสภาตําบล มาตรา ๒๙ สภาตําบลมีรายได้ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดสรรให้ตามหลักเกณฑ์ที่ กระทรวงมหาดไทยกําหนด ดังต่อไปนี้ (๑) ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย อากรการฆ่าสัตว์และผลประโยชน์อื่น อันเกิดจากการฆ่าสัตว์ที่จัดเก็บได้ในตําบลนั้น (๒) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ตามที่จะมีกฎหมายกําหนดไว้ที่จัดเก็บได้ใน ตําบลนั้น (๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนันที่เก็บเพิ่มขึ้นตาม ข้อบัญญัติจังหวัดในเขตตําบลนั้น (๔) ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่องค์การบริการส่วนจังหวัดได้รับจัดสรร (๕) ภาษีสุรา และภาษีสรรพสามิต ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับจัดสรร (๖) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อน ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้รับจัดสรร มาตรา ๓๐ ทุกปีงบประมาณให้รัฐบาลจัดสรรเงินให้แก่สภาตําบลเป็นเงินอุดหนุน มาตรา ๓๑ สภาตําบลอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้ (๑) รายได้จากทรัพย์สินของสภาตําบล (๒) รายได้จากสาธารณูปโภคของสภาตําบล (๓) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้ (๔) เงินอุดหนุนและรายได้อื่นตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้ (๕) รายได้อื่นตามที่จะมีกฎหมายกําหนดให้เป็นของสภาตําบล 7 มาตรา ๓๒ รายได้ของสภาตําบล ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี โดยตราเป็นพระราช กฤษฎีกา ตามประมวลรัษฎากร และไม่ต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน มาตรา ๓๓ สภาตําบลอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้ (๑) เงินเดือน (๒) ค่าจ้าง (๓) เงินค่าตอบแทนอื่น ๆ (๔) ค่าใช้สอย (๕) ค่าวัสดุ (๖) ค่าครุภัณฑ์ (๗) ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง และทรัพย์สินอื่น ๆ (๘) ค่าสาธารณูปโภค (๙) เงินอุดหนุนหน่วยงานอื่น (๑๐) รายจ่ายอื่นใดตามข้อผูกพัน หรือตามที่มีกฎหมายหรือระเบียบของ กระทรวงมหาดไทยกําหนดไว้ มาตรา ๓๔ เงินค่าตอบแทนประธานสภาตําบล รองประธานสภาตําบลสมาชิกสภาตําบล และเลขานุการสภาตําบล ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย มาตรา ๓๕ งบประมาณรายจ่ายประจําปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของสภาตําบลให้ จัดทําเป็นข้อบังคับตามระเบียบและวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด ถ้าในระหว่างปีงบประมาณใด รายจ่ายซึ่งกําหนดไว้ในงบประมาณไม่พอใช้จ่ายประจําปีนั้น หรือมีความจําเป็นต้องตั้งรายจ่ายขึ้นใหม่ระหว่างปีงบประมาณให้จัดทําข้อบังคับงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติม เมื่อสภาตําบลจัดทําร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจําปีหรือร่างข้อบังคับงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมเสร็จแล้ว ให้เสนอนายอําเภอเพื่ออนุมัติ ถ้าข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจําปีออกไม่ทันปีใหม่ ให้ใช้ข้อบังคับงบประมาณ รายจ่ายประจําปีก่อนนั้นไปพลางก่อน มาตรา ๓๖ ให้กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบว่าด้วยการคลัง การงบประมาณการรักษา ทรัพย์สิน การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน การจัดหาพัสดุและการจ้างเหมา กระทรวงมหาดไทยจะออกระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานอื่น ๆ ของสภาตําบลให้สภา ตําบลต้องปฏิบัติด้วยก็ได้ ในการออกระเบียบตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คํานึงถึงลักษณะของพื้นที่จํานวนประ ชาร รายได้ ความคล่องตัว และความมีประสิทธิภาพในการบริหารงานของสภาตําบลด้วย มาตรา ๓๗ ให้กระทรวงมหาดไทยจัดให้มีการตรวจสอบการคลัง การบัญชีหรือการเงินอื่น ๆ ของสภาตําบล 8 ส่วนที่ ๔ การกํากับดูแลสภาตําบล ------------------------- มาตรา ๓๘ นายอําเภอมีอํานาจกํากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตําบลให้เป็นไปตาม กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ในกรณีที่ปรากฏว่าการดําเนินการของสภาตําบลเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อหรืออาจ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ นายอําเภอมี อํานาจยับยั้งการดําเนินการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวได้และรายงานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อ วินิจฉัย ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าการดําเนินการของสภาตําบลไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ผู้ว่า ราชการจังหวัดมีอํานาจสั่งการให้สภาตําบลระงับการดําเนินการดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าการดําเนินการของสภาตําบลเป็นไปโดยชอบแล้ว ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งเพิกถอนการยับยั้งของนายอําเภอ แต่ถ้านายอําเภอไม่รายงานผู้ว่าราชการจังหวัด ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ยับยั้ง หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไม่วินิจฉัยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ เรื่อง ให้การยับยั้งของนายอําเภอและอํานาจสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอันสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ ครบกําหนดเวลาดังกล่าว มาตรา ๓๙ หากปรากฏว่าสภาตําบลกระทําการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพ ของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอํานาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจ สั่งยุบสภาตําบลได้ตามคําเสนอแนะของนายอําเภอ และเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งยุบสภาตําบลแล้วให้ สภาตําบลยังคงประกอบด้วยสมาชิกสภาตําบลโดยตําแหน่งทั้งหมดจนกว่าจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภา ตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้งใหม่ ในกรณีที่การยุบสภาตําบลตามวรรคหนึ่งเป็นผลจากการกระทําของกํานันผู้ใหญ่บ้าน หรือ แพทย์ประจําตําบล ซึ่งเป็นสมาชิกสภาตําบลโดยตําแหน่ง หรือบุคคลดังกล่าวได้ร่วมกระทําการด้วย ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้บุคคลดังกล่าวออกจากตําแหน่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านหรือแพทย์ประจําตําบล แล้วแต่กรณี โดยให้ถือว่าเป็นการให้ออกจากตําแหน่งเพราะบกพร่องในทางความประพฤติหรือ ความสามารถไม่เหมาะสมกับตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ และถ้าสมาชิกสภา ตําบลโดยตําแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาตําบลโดยตําแหน่งทั้งหมด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งบุคคลตามจํานวนที่เห็นสมควรเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่กับสมาชิกสภาตําบลโดยตําแหน่งที่เหลืออยู่ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแพทย์ประจําตําบลและสมาชิกสภาตําบลซึ่งได้รับเลือกตั้ง ใหม่ 9 หมวด ๒ องค์การบริหารส่วนตําบล ------------------- มาตรา ๔๐ สภาตําบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกัน สามปีเฉลี่ยไม่ต่ํากว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท หรือตามเกณฑ์รายได้เฉลี่ยในวรรคสองอาจจัดตั้งเป็น องค์การบริหารส่วนตําบลได้ โดยทําเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทยและให้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ในประกาศนั้นให้ระบุชื่อและเขตขององค์การบริหารส่วนตําบลไว้ด้วย การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์รายได้เฉลี่ยของสภาตําบลตามวรรคหนึ่งให้ทําเป็นประกาศของ กระทรวงมหาดไทยและให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๔๑ สภาตําบลที่ได้จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตําบลตามมาตรา ๔๐ให้พ้นจาก สภาพแห่งสภาตําบลนับแต่วันที่ได้ประกาศจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การบริหารส่วนตําบลเป็นต้นไป บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ และเจ้าหน้าที่ของสภาตําบลตาม วรรคหนึ่ง ให้โอนไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตําบล มาตรา ๔๑ ทวิ สภาตําบลหรือองค์การบริหารส่วนตําบลอาจรวมกับองค์การบริหารส่วน ตําบลที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอําเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตําบลนั้น โดยให้ นํามาตรา ๔๐ และมาตรา ๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๔๑ ตรี สภาตําบลหรือองค์การบริหารส่วนตําบลอาจรวมกับหน่วยการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอําเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขต ตําบลนั้น โดยทําเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย และให้กําหนดเขตใหม่ของหน่วยการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่นไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทยด้วย ให้นํามาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ วรรคสองและวรรคสามมาใช้บังคับกับการรวมตามวรรค หนึ่ง โดยอนุโลม มาตรา ๔๑ จัตวา ให้กระทรวงมหาดไทยดําเนินการประกาศยุบสภาตําบลทั้งหมดและ องค์การบริหารส่วนตําบลใดที่มีจํานวนประชากรไม่ถึงสองพันคน โดยให้รวมพื้นที่เข้ากับองค์การบริหาร ส่วนตําบลอื่นหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอําเภอเดียวกันภายใน เก้าสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว การรวมกับองค์การบริหารส่วนตําบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นใดตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตําบลนั้น การสํารวจเจตนารมณ์ของประชาชนตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทย กําหนด องค์การบริหารส่วนตําบลใดมีจํานวนประชากรไม่ถึงสองพันคนแต่มีสภาพพื้นที่เป็นเกาะ หรือโดยสภาพทางภูมิศาสตร์ไม่สามารถติดต่อกับองค์การบริหารส่วนตําบลหรือหน่วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่นที่จะไปรวมได้โดยสะดวก กระทรวงมหาดไทยจะไม่ดําเนินการตามวรรคหนึ่งกับองค์การ บริหารส่วนตําบลนั้นก็ได้ มาตรา 41 ทวิ เพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ฉบับที่ 3 พ.ศ.2542 มาตรา 41 ตรี วรรคหนึ่งและ มาตรา 41 จัตวา แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วน ตําบล ฉบับ ที่ 5 พ.ศ.2546 10 ให้นํามาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๒ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับกับการยุบและรวม ตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม มาตรา ๔๑ เบญจ สภาตําบลหรือองค์การบริหารส่วนตําบลอาจแยกพื้นที่บางส่วนไปรวม กับองค์การบริหารส่วนตําบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น หรือรับพื้นที่บางส่วนของสภา ตําบลหรือองค์การบริหารส่วนตําบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่นมารวมด้วยได้ โดยทํา เป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย และให้กําหนดเขตใหม่ของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไว้ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยด้วย การสํารวจเจตนารมณ์เกี่ยวกับการรวม ยุบรวม รับรวม และแยกพื้นที่ในเขตสภาตําบลหรือ องค์การบริหารส่วนตําบลหรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ กระทรวงมหาดไทยกําหนด การโอนงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิเรียกร้อง หนี้ เจ้าหน้าที่ของสภาตําบล หรือพนักงาน ส่วนตําบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตําบล ให้สภาตําบลหรือหน่วยการบริหารราชกาส่วน ท้องถิ่นผู้โอนและผู้รับโอนตกลงกัน ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ กําหนด มาตรา ๔๑ ฉ ในกรณีที่มีการดําเนินการตามมาตรา ๔๑ ทวิ มาตรา ๔๑ ตรีมาตรา ๔๑ จัตวา หรือมาตรา ๔๑ เบญจ และเป็นเหตุให้ต้องเพิ่มจํานวนสมาชิกสภาของหน่วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น ให้ดําเนินการเลือกตั้งเพื่อให้มีสมาชิกครบจํานวนตามที่กฎหมายกําหนด และให้ผู้ได้รับเลือก ตั้งอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของสมาชิกอื่นในหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้น เว้นแต่ วาระการดํารงตําแหน่งที่เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันให้สมาชิกของหน่วยการบริหารราชการส่วน ท้องถิ่นนั้นประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่ มาตรา ๔๒ ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการเทศบาล อาจจัดตั้งองค์การบริหารส่วน ตําบลขึ้นเป็นเทศบาลได้โดยทําเป็นประกาศของกระทรวงมหาดไทย องค์การบริหารส่วนตําบลที่ได้จัดตั้งเป็นเทศบาลตามวรรคหนึ่ง ให้พ้นจากสภาพแห่ง องค์การบริหารส่วนตําบล รวมทั้งให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลสิ้นสุดลง และ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพ้นจากตํา แหน่งนับแต่วันที่ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งขึ้น เป็นเทศบาลเป็นต้นไป บรรดางบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ พนักงานส่วนตําบลและลูกจ้างของ องค์การบริหารส่วนตําบลตามวรรคหนึ่ง ให้โอนไปเป็นของเทศบาลที่จัดตั้งขึ้นนั้น บรรดาข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตําบลที่ได้ใช้บังคับในเรื่องใดอยู่ก่อนแล้วให้ยังคงใช้ บังคับได้ต่อไปเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะได้มีการตราเทศบัญญัติในเรื่องนั้นขึ้นใหม่ มาตรา ๔๓ องค์การบริหารส่วนตําบลมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วน ท้องถิ่น มาตรา ๔๔ องค์การบริหารส่วนตําบลประกอบด้วยสภาองค์การบริหารส่วนตําบลและ นายกองค์การบริหารส่วนตําบล มาตรา 41 เบญจ มาตรา 41 ฉ มาตรา 42 และมาตรา 44 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การ บริหารส่วนตําบล ฉบับ ที่ 5 พ.ศ.2546 11 ส่วนที่ ๑ สภาองค์การบริหารส่วนตําบล มาตรา ๔๕ สภาองค์การบริหารส่วนตําบลประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน ตําบลจํานวนหมู่บ้านละสองคน ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหมู่บ้านในเขตองค์การ บริหารส่วนตําบลนั้น ในกรณีที่เขตองค์การบริหารส่วนตําบลใดมีเพียงหนึ่งหมู่บ้านให้สภาองค์การบริหารส่วน ตําบลนั้นประกอบด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลจํานวนหกคน และในกรณีที่เขตองค์การ บริหารส่วนตําบลใดมีเพียงสองหมู่บ้านให้สภาองค์การบริหารส่วนตําบลนั้นประกอบด้วยสมาชิกสภา องค์การบริหารส่วนตําบลจํานวนหมู่บ้านละสามคน หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครรับเลือกตั้งและการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น อายุของสภาองค์การบริหารส่วนตําบลมีกําหนดคราวละสี่ปีนับแต่วันเลือกตั้ง มาตรา 46 สภาองค์การบริหารส่วนตําบล มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ ( 1 ) ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตําบล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหาร กิจการขององค์การบริหารส่วนตําบล ( 2 ) พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตําบล ร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี และร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ( 3 ) ควบคุมการปฏิบัติงานของนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ให้เป็นไปตามกฏหมาย นโยบาย แผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตําบล ข้อบัญญัติ ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ มาตรา ๔๗ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลต้องมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนตําบลโดยอนุโลม มาตรา ๔๗ ทวิ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตําบลต้องมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านของตําบลที่ สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีจนถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง (๒) ไม่เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริตหรือพ้นจากตําแหน่งสมาชิกสภาตําบลสมาชิกสภา ท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการของ ผู้บริหารท้องถิ่น เพราะเหตุที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญาหรือกิจการที่กระทํากับ สภาตําบลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังไม่ถึงห้าปีนับถึงวันรับสมัครเลือกตั้ง (๓) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามประการอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มาตรา 45 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ฉบับที่ 3 พ.ศ.2542 มาตรา 46 และมาตรา 47 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พรบ.สภาตําบลและองค์กา

ผู้บริหาร

นายเจริญ สุขวิบูลย์
นายก อบต.โคกกลาง 063 749 1649

นายผดุง โรมกลาง
รองนายก อบต.โคกกลาง 089 021 8997

นายจักร นาคินชาติ
รองนาย อบต.โคกกลาง 085 201 9718

นายสมบัติ เทียบทอง
เลขานายก อบต.โคกกลาง 064 431 6576
สายตรงผู้บริหาร
แจ้งการทุจริต
ช่องทางการสื่อสาร
คู่มือการปฏิบัติงาน
รวมลิงค์ต่าง ๆ
แบบสอบถาม
แบบสำรวจความคิดเห็น
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ใหม่ของ อบต.
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
น้อย
น้อยที่สุด
ท้องถิ่นไทย ข้อกฏหมาย
ขออนุญาตก่อสร้าง และติดตั้งป้ายโฆษณา
รายงานการประชุมสภาฯ
สถิติผู้เยี่ยมชม
ออนไลน์ทั้งหมด 2 คน
หมายเลข IP 3.234.210.25
คุณเข้าชมลำดับที่ 772,206

ARCHIVE
ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์   
 
องค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง
องค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง หมู่ที่1 ถนนลำปลายมาศ-นางรอง ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ 31130
Tel : 044-666273   Fax : 044-666273
Email : kokklang044666273@gmail.com
Copyright © 2020 by OPSTECH All Right Reserved.